กรุงเทพฯ 20 ก.ย. – ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.เกษตรฯ วอนกรมป่าไม้เร่งประสานแก้ปัญหาที่ดินสหกรณ์นิคมแม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังเรื่องยืดเยื้อมานาน พร้อมขอเร่งหาข้อสรุปพื้นที่ที่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินให้เกษตรกรได้ตามกฎหมาย

นายจเด็จ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายโชคดี สรณ์วิโรจน์ ผู้แทนสหกรณ์นิคมแม่ริม จำกัด ได้ยื่นเรื่องต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ช่วยแก้ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยฝ่ายผู้ร้องเห็นว่า พื้นที่บางส่วนมีสภาพเสื่อมโทรมและควรพิจารณานำเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินให้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย

นายจเด็จ กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องการให้การแก้ปัญหาที่ดินเดินหน้าต่อ ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลการสำรวจรังวัด แต่ยังมีขั้นตอนที่ต้องประสานกับกรมป่าไม้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาข้อสรุป เพื่อไม่ให้ปัญหาที่ยืดเยื้อมานานส่งผลกระทบต่อเกษตรกร

สำหรับความเป็นมาของพื้นที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม บริเวณ ต.สะลวง ต.ห้วยทราย และ ต.ขี้เหล็ก จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 8,247 ไร่ 3 งาน เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ราษฎรตามวิธีการสหกรณ์ โดยกำหนดระยะเวลาอนุญาตถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2572

ต่อมา กรมส่งเสริมสหกรณ์สำรวจพื้นที่และพบปัญหาบางส่วนทับซ้อนกับสถาบันราชภัฏเชียงใหม่ รวมทั้งมีราษฎรเข้าครอบครองหลายราย จึงขอคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้เมื่อปี 2547 เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการจัดที่ดินได้ตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขการอนุญาตอย่างครบถ้วน

ภายหลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการออกเอกสารแสดงแนวเขตพื้นที่รายแปลงและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสมาชิก กระทั่งวันที่ 18 มกราคม 2556 นายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งให้สหกรณ์นิคมแม่ริม จำกัด ระงับการออกเอกสารแสดงแนวเขตพื้นที่รายแปลงแก่สมาชิก ก่อนที่กรมป่าไม้จะแจ้งกรมส่งเสริมสหกรณ์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 ว่า ได้ทบทวนการส่งคืนพื้นที่และเห็นควรให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการจัดที่ดินให้ราษฎรตามวิธีการสหกรณ์ต่อไป แต่จนถึงขณะนี้ปัญหายังไม่ได้ข้อยุติ

นายจเด็จ กล่าวว่า นอกจากกรณีสหกรณ์นิคมแม่ริมแล้ว ยังมีปัญหาที่ดินในลักษณะเดียวกันที่เกี่ยวข้องกับ 13 นิคม 14 ป่า จึงขอให้กรมป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสถานะและข้อกฎหมายของแต่ละพื้นที่ เพื่อหาข้อสรุปว่าพื้นที่ใดสามารถนำเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินให้เกษตรกรได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินและประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

By admin

สนใจโฆษณาติดต่อ คุณจันทร์แรม โทร 0917233792

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเด่น