“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปมหลุด บัตรเลือก สว.รอบสุดท้าย ปี 67 “ไม่มีผลชี้ขาดคดีฮั้ว สว.” หากมีหลักฐาน “ฮั้ว สว.ส้ม” เป็นคดีอาญาแผ่นดิน แจ้งความได้ภายในอายุความ

​ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สืบเนื่องจากการตอบโต้ทางการเมืองระหว่าง สว.นันทนา นันวโรภาส กับนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ปมแฉหลักฐาน ฮั้ว สว.สีส้ม ปั้น สว.ประชาชน ต่อมามีนายรอย ขุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ได้โพสต์ข้ามประเทศผ่านโซเชี่ยลมีเดีย โดยนำบัตรเลือก สว.รอบสุดท้ายมาเปิดเผยต่อสาธารณะนั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ปมที่ สว.นันทนา นันวโรภาส ยกสุภาษิตไทย “กินปูนร้อนท้อง” ตอบโต้ททางการเมืองกับนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ยกปมฮั้ว สว.สีส้มปั้น สว.ประชาชน เป็นเพียงการตอบโต้ทางการเมืองกันไปมาเท่านั้น
การหยิบยกสุภาษิตส่อเสียดของ สว.รายนี้ ทำให้แสบๆร้อนๆ แต่เป็นเพียงอารมณ์ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย โดย รธน.มาตรา ๒๑๙ และมาตรฐานจริยธรรม ควบคุมสมาชิกรัฐสภาอยู่
หากนายศุภชัยฯ มีพยานหลักฐาน ควรนำไปกล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีอาญาเพราะเป็นคดีอาญาแผ่นดิน บุคคลใดพบเห็นความผิด กล่าวโทษต่อพนักงานสอยวนได้ ตามป.วิอาญา มาตรา 2(8) โดยโทษตาม พรป.สว.มีอายุความ 10 ปีนับแต่วันที่เกิดเหตุถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2576
​ ส่วนคดีร้องคัดค้านผลการเลือก สว. แม้ ความปรากฏแก่ กกต.และกกต.ใช้อำนาจ ตาม พรป.สว.ตามมาตรา 41 ตั้งตคณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวน น่าจะพ้นกำหนดระยะเวลาแล้ว เว้นแต่ บุคคลกลุ่มฮั้ว สว.สีส้ม เป็นผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา อาจร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครเลือก สว. ให้ กกต.ไต่สวนได้
​ส่วน นางนันทนา ฯ เป็น สว.กลุ่ม สว.ประชาชน หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้ให้ราคาและไม่รู้จัก
​ส่วนที่ถามว่า นายรอย ขุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ได้โพสต์ข้ามประเทศผ่านโซเชี่ยลมีเดียโดยนำข้อมูลบัตรเลือก สว.รอบสุดท้ายมาเปิดเผยนั้น โดยรายการข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ ทีวีสีช่อง ๓ นำมาเปิดเผยซ้ำ นั้น
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลบัตรเลือก สว. เป็นขั้นตอนในการจัดให้มีการเลือก สว.และบันทึภภาพและเสียงไว้เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งของการเลือก สว.ปี 2567 และบันทึกทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ เป็นไปตาม พรป.สว.
ส่วนการจัดเก็บรักษาเทปบันทึกเสียง เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. และบุคคลที่ กกต.มอบหมายดูแลรักษาจังหวัดและระดับประเทศ
​โพยที่เป็นส่วนหนึ่งของการโกงการเลือก สว.เป็นส่วนหึ่งของพยานหลักฐาน ส่วนบัตรเลือก สว.อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ หากประเด็นว่า ผู้สมัครรายใดเลือกผู้ใด ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะการบันทึกภาพและเสียงเพื่อป้องกันการทุจริตเลือก สว.และไม่มีบุคคลใดยกขึ้นกล่าวอ้างว่า ผู้สมัครฯเลือกเหมือนกันเพราะเหตุใด ทั้งเป็นเรื่องดุลพินิจในใจพิสูจน์ยาก ว่า เหตุใดผู้สมัคร สว.เลือกบุคคลเดียวกันเพราะตัวแปรใด จะสรุปไปว่า ร่วมกันทุจริตเป็นการคาดคะนน เป็นความเชื่อและไร้พยายหลักฐาน จึงต้องใช้เส้นเงินเชื่อมโยง ระหว่าง ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน กับผู้สมัคร สว.กลุ่มพลีชีพและกลุ่มที่ได้เป็น สว.มาเชื่อมโยงกัน ดังนั้น นายรอย ขุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ได้โพสต์ข้ามประเทศผ่านโซเชี่ยลมีเดีย โดยนำข้อมูลบัตรเลือก สว.รอบสุดท้ายมาเปิดเผยนั้น จึงไม่มีผลกระทบต่อคำวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ของ กกต.ในขั้นตอนสุดท้าย
​พยานหลักฐานในสำนวนของผู้กล่าวหา เป็นโพยสมคบกันให้ได้มาซึ่งอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและหลักฐานการจ่ายเงิน บัตรเลือก สว. โดยผู้สมัคร สว.รอบสุดท้ายระดับประเทศจะเลือกใคร เป็นเพียงผลจากการเลือก เพราะการกระทำร่วมกันฝ่าฝืนการได้มาซึ่ง สว.ตาม พรป.สว.ต้องมีพฤติการณ์แห่งคดีได้เกิดขึ้น “ก่อน”สมัครในระดับอำเภอ เป็นสารตั้งต้น มิใช่ผลบั้นปลาย ในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ดังนั้น จึงไม่เป็นข้อสำคัญแห่งคดี การเปิดเผยไม่มีผลต่อการวินิจฉัยชี้ขาดในชั้นที่ประชุมใหญ่ กกต.
ส่วนบุคคลใด นำข้อมูลการบันทึกภาพและเสียง มาเปิดเผยหลังพ้นกำหนด 2 ปี ที่เป็นเงื่อนไขในการทำลายตามระเบียบ กกต.ต้องไปถาม กกต.ว่า ยังจำเป็นที่ต้องจัดเก็บรักษาไว้ในระหว่างคดีหรือไม่ เพราะไม่ได้พิพาทกันเรื่อง “บัตรเลือก สว.” แต่เป็นประเด็นข้อกล่าวหา”สมคบกันให้ได้มาซึ่งอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ” ถือคนละส่วนกัน
​ส่วนความเห็นของนายรอย ขุนพงษ์ทอง นักคณิตศาสตร์ ที่ปัจจุบันพำนักที่ต่างประเทศ เป็นการวิเคราะห์โชว์ในการวิเคราะห์เป็นเพียงความเชื่อส่วนตัวถึงความเป็นไปได้ โดยนาบรอยฯไม่ได้มีส่วนได้เสียและเป็นเครื่องมือให้แก่กลุ่มที่เซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต.องค์กรอิสระเท่านั้น ทั้งข้อมูลที่นายรอยฯได้ ไม่มีกลุ่มอื่น นอกจากกลุ่มพลีชีพที่เคลื่อนไหวขู่จะเปิดเผยเอกสารในสำนวนเพื่อให้ กกต.ชี้ขาดตามความเห็นส่วนตัวของตนเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *