พาณิชย์-อว. ปลดล็อก “งานวิจัย-นวัตกรรม” สู่ “สินทรัพย์” เศรษฐกิจยุคใหม่ ปิดฉากงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” สร้างเม็ดเงินทะลุเป้ากว่า 62 ล้านบาท พร้อมปูทางทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สากล

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เผยผลสำเร็จจากการจัดงาน “IP x Venture Rise Thailand 2026” ตลอด 3 วัน ดึงผู้ร่วมชมงานกว่า 5,000 คน เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจรวม 164 คู่ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในงานกว่า 62 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมสานต่อนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เดินหน้าปลดล็อกศักยภาพ IP ให้เป็นทุนและข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยถึงผลสำเร็จของงาน IP x Venture Rise Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “From Innovation to Income: นวัตกรรมสร้างรายได้” เพื่อเปิดเวทีให้นักวิจัย เจ้าของนวัตกรรม และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ได้พบกับผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ นักลงทุน และแหล่งทุนโดยตรง ซึ่งตลอด 3 วันของการจัดงานมีผู้เข้าชมงานอย่างคึกคักกว่า 5,000 คน สร้างมูลค่าการเจรจาจับคู่ธุรกิจและการซื้อขายสินค้าภายในงาน 62,616,000 บาท ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการส่งออกงานวิจัยและนวัตกรรมจากห้องแล็บสู่ภาคอุตสาหกรรม และหากผลงานเหล่านี้ได้รับการพัฒนาและผลิตออกสู่ตลาดอย่างเต็มรูปแบบ จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางธุรกิจได้อีกมาก

นางอรมน กล่าวว่า ในงานดังกล่าว กรมฯ ได้เชื่อมโยงนวัตกรรมไทยจาก 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้ง Health Tech, Agri Tech, AI & Robot Technology, Food Tech, Green Tech และ Creative Economy รวมกว่า 250 ผลงาน ไปสู่โลกธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดพื้นที่ให้นักวิจัย เจ้าของนวัตกรรม ผู้ประกอบการ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และต่อยอดโอกาสในการนำผลงานไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ จนเกิดการลงทุนและจับคู่ธุรกิจได้สำเร็จ สิ่งนี้สะท้อนภาพชัดเจนถึงความต้องการของตลาดที่มีต่อนวัตกรรมไทย และตอกย้ำว่าทรัพย์สินทางปัญญาคือกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ เปิดโอกาสทางธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยได้อย่างแท้จริง

สำหรับกลุ่มนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจในการลงทุนสูงสุดจากกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ได้แก่ กลุ่ม Health Tech รองลงมาเป็นกลุ่ม Food Tech และ Green Tech ซึ่งล้วนเป็นเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังเติบโตและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคใหม่ โดยมีหลายนวัตกรรมที่สามารถปิดดีลความร่วมมือได้สำเร็จภายในงาน อาทิ โปรแกรม AI ทางการแพทย์ ของบริษัท SATI กับศูนย์การประเมินและปรึกษามูลค่านวัตกรรม (IVAC) แบรนด์ลุงหวังกะเพราพ่นไฟ กับ IVAC SupperSea ขนมทานเล่นดัชนีน้ำตาลต่ำเพื่อสุขภาพที่มีโปรตีนและคอลลาเจนจากแมงกะพรุน ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับบริษัท แบรนด์ เวลท์ จำกัด รถอีแต๋นอเนกประสงค์ไฟฟ้า ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับบริษัท ธนพร 1992 จำกัด Dronebox แพลตฟอร์มประมวลผลภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนบนคลาวด์ ของบริษัท แมพพีเดีย จำกัด กับห้างหุ้นส่วนจำกัดพีรพลศิลา เป็นต้น

นอกจากการจับคู่ธุรกิจแล้ว ภายในงานยังมุ่งเชื่อมโยงระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาแหล่งทุน และภาคธุรกิจอย่างครบวงจร ผ่านโซนกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ Partner Pavilion นำโดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมเปิดมุมมองการนำนวัตกรรมไปใช้จริงในภาคธุรกิจระดับประเทศ ตลอดจน IP Service Zone และ IP Partner Zone ที่รวบรวมบริการจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้คำแนะนำด้านทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงแหล่งทุน การสร้างเครือข่ายและขยายโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งการบูรณาการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน ตั้งแต่การบริหารจัดการและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การประเมินศักยภาพผลงาน ไปจนถึงการนำไปต่อยอดและสร้างรายได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะการปูพื้นฐานความเข้าใจเรื่องการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อนำไปสู่การระดมทุนผ่านเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย หน่วยงานส่งเสริมนวัตกรรม และคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนธุรกิจ การเชื่อมโยงงานวิจัยกับแหล่งทุน การส่งเสริมระบบนิเวศที่เอื้อต่อการนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ การประเมินแนวโน้มนวัตกรรมที่มีศักยภาพทางการตลาด เพื่อเป็นเข็มทิศให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนางานวิจัยไปสู่สินทรัพย์ที่สร้างรายได้ในโลกธุรกิจจริง

นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า งาน IP x Venture Rise Thailand 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจับคู่ธุรกิจ แต่เป็นจุดเชื่อมสำคัญที่ทำให้งานวิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญา ได้มาพบกับแหล่งทุนและตลาด พร้อมเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยกรมฯ ขอขอบคุณหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนงานครั้งนี้ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะไม่หยุดแค่เพียงแค่ในงาน แต่จะถูกผลักดันสู่การใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าในตลาดนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเร่งต่อยอดความร่วมมือที่เกิดขึ้น พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ IP Finance อย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดเวทีเสวนาเรื่อง IP Financing ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป หรือ EUIPO ในช่วงการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 เป็นต้น โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาแปลงเป็นสินทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน นักประเมินมูลค่า เจ้าของสิทธิ และหน่วยงานพันธมิตร
ในการพัฒนากลไกการประเมินมูลค่า IP อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยสามารถขยายโอกาสทางการตลาด สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน

IPxVentureRiseThailand2026 #IPxVR #XploreIt #Robot #Innovation

FromInnovationToIncome #นวัตกรรมสร้างรายได้ #DIP #TSRI #สกสว #Innovation #BusinessMatching

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *