สมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์(The European Association for Business and Commerce หรือEABC) โดยความร่วมมือกับThe South-East Asia IP SME Helpdesk ของคณะกรรมาธิการยุโรป(European Commission) จัดงานสัมมนา“Strengthening IP Enforcement in Thailand: Challenges, Best Practices, and The Role of Businesses in Combating Illicit Trade” เมื่อวันที่18 กุมภาพันธ์2026 ณสเปซจามจุรีสแควร์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจของภาคธุรกิจเกี่ยวกับภูมิทัศน์การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมายในประเทศไทยและผลักดันให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามีประสิทธิภาพและครอบคลุมยิ่งขึ้นถือเป็นกติกาเศรษฐกิจและเครื่องมือสร้างความโปร่งใสความน่าเชื่อและยกระดับความเชื่อมั่นของประเทศไทยบนเวทีการค้าโลกและส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวกอรปกับเตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) และการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและสหภาพภาพยุโรปซึ่งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาการมีกติกาที่โปร่งใสและมีการบังคับใช้ที่มีประสิทธิผลเป็นหนึ่งในหัวข้อการเจรจาที่สำคัญยิ่ง

ภายหลังกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา โดย นางภารณี อดุลยพิเชฏฐ์ ประธานสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) เป็นการแสดงปาฐกถาพิเศษโดย นางสาวพริ้วแพร ชุมรุม รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และถ้อยแถลงเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยโดย Ms. Claire Castel, IP Regional Attache for South East Asiaผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย

ภายในงานสัมมนาซึ่งนำโดย นางสาวภาวิณี บุนยะมิศร์ ประธานคณะทำงานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก SEA IP SME Helpdesk, กรมศุลกากร, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.), กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา, และผู้แทนจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำอย่าง Lazada และ Alibaba ร่วมสะท้อนภาพรวมภูมิทัศน์การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีจากยุโรปและอาเซียน รวมถึงบทบาทภาคธุรกิจในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย พร้อมเผยแพร่เอกสารเปิดผนึกข้อเสนอ เพื่อการแก้ไขและจัดการปัญหาการค้าผิดกฎหมายในประเทศไทยซึ่งจัดทำโดย EABC ระบุถึงสถานการณ์การค้าผิดกฎหมาย ผลกระทบ และข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในทุกระดับและจากทุกประเทศ โดยเฉพาะระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้ได้รับการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาและจากการค้าสินค้าผิดกฎหมาย การยกระดับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพิ่มความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ  

นอกจากนี้ ทุกฝ่ายยังได้หารือถึงปัญหาและความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องเผชิญ กลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ข้อเสนอการพัฒนาด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างอรรถประโยชน์สูงสุดจากการปฏิบัติกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย

สแกน 5 อุตสาหกรรมวิกฤต: สินค้าผิดกฎหมายรุกหนักผ่านช่องทางออนไลน์ 

จากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลของ EABC ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม พบว่าปัญหาการค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าปลอมและสินค้าลักลอบนำเข้า แทรกซึมลึกใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ (1) ยาสูบ (2) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (3) ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (4) ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร (ปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช) และ (5) ผลิตภัณฑ์ความงาม

นางสาวพริ้วแพร ชุมรุม รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในปัจจุบันเผชิญความท้าทายหลายอย่าง โดยเฉพาะจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการขยายตัวของการค้าข้ามพรมแดนผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่งผลให้รูปแบบการละเมิดมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อเจ้าของสิทธิ ผู้บริโภค และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ  

กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมศุลกากร และเจ้าของสิทธิ เพื่อปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ 1,180 คดี ตรวจยึดของกลางกว่า 3.5 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,175 ล้านบาท นอกจากนี้ ในส่วนของตลาดออนไลน์ กรมฯ มีความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม e-commerce ชั้นนำ เช่น Lazada Shopee Tik Tok Shop และ Line ในการแจ้งเตือนและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการคุ้มครองการค้าที่ชอบด้วยกฎหมายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรมนางสาวพริ้วแพรฯ กล่าว

ผลกระทบรุนแรง: กระทบความเชื่อมั่นรายได้รัฐความมั่นคง 

รายงานการศึกษาฯ ยังชี้ด้วยว่า การค้าผิดกฎหมายสร้างผลกระทบใน 3 มิติหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคงและภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศ และสาธารณสุข กล่าวคือ ในด้านเศรษฐกิจ ภาครัฐสูญเสียรายได้จากภาษีจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยาสูบที่คาดว่ารัฐสูญรายได้ไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2568 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังบิดเบือนกลไกตลาดและลดแรงจูงใจในการลงทุนของผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ในด้านความมั่นคงและภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศ การค้าผิดกฎหมายเชื่อมโยงกับการฟอกเงินและการคอร์รัปชัน บั่นทอนภาพลักษณ์ความโปร่งใสของไทยในมุมมองนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ซึ่งให้ความสำคัญกับหลักนิติธรรมและความแน่นอนของกฎระเบียบ ส่วนในด้านสาธารณสุขนั้น ยาปลอมและเครื่องสำอางเถื่อนก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของระบบสาธารณสุขโดยไม่จำเป็น

กางแผนสมุดปกขาวชง 4 ข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาล 

ในงานเดียวกันนี้ EABC ได้นำเสนอเอกสารเปิดผนึกข้อเสนอ เพื่อการแก้ไขและจัดการปัญหาการค้าผิดกฎหมายในประเทศไทยเพื่อเป็นฐานข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลไทย โดยมุ่งเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) ปรับปรุงกฎหมาย โดยผลักดันให้ความผิดเกี่ยวกับการค้าผิดกฎหมายเป็นความผิดมูลฐานภายใต้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AMLO) และเพิ่มบทลงโทษให้มีผลยับยั้ง (2) ยกระดับนโยบายป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมายเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน (3) ยกระดับการป้องกันการลักลอบนำเข้าตามชายแดนและการผ่านแดน ด้วยระบบ Risk Profiling และเทคโนโลยีศุลกากรอัจฉริยะ (4) เสริมสร้างความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าเถื่อนทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้า

นางสาวภาวิณี บุนยะมิศร์ ประธานคณะทำงานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา EABC กล่าวว่า ข้อเสนอของ EABC มุ่งสร้างกติกาที่โปร่งใส และมีการบังคับใช้ที่มีประสิทธิผลเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านความน่าลงทุน และยกระดับความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังอยู่ในสภาวะเปลี่ยนผ่านทางสังคมและเศรษฐกิจเช่นนี้ ซึ่งไทยยังคงเดินหน้าสู่การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทยสหภาพยุโรป ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว การมีอยู่และบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพย่อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจ ส่งเสริมการประกอบการและการแข่งขันที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการระดับกลางและระดับล่าง (SME)

เวทีการสัมมนา Strengthening IP Enforcement in Thailand หรือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ในวันนี้ ต้องการชี้ว่าการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการปราบปรามการค้าผิดกฎหมายไม่ใช่เพียงการปกป้องเจ้าของสิทธิและผู้บริโภค แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันเชิงระบบอย่างยั่งยืนทั้งในมิติด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม ภาพลักษณ์และความโปร่งใส ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของการประกอบธุรกิจ และช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาสถานะความเป็นศูนย์กลางของการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน และก้าวสู่ระดับโลกในอนาคตนางสาวภาวิณี กล่าว

By admin

สนใจโฆษณาติดต่อ คุณจันทร์แรม โทร 0917233792

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเด่น