กรุงเทพฯ (19 มกราคม 2569) ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว “การท่องเที่ยว“ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของเศรษฐกิจไทย แต่เราจะเดินหน้าอย่างไรให้มั่นคงและยั่งยืน

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โดยคณะการจัดการการท่องเที่ยว (GSTM) สร้างปรากฏการณ์ “รวมพลังสมอง” ครั้งสำคัญ จัดเสวนา “นโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ : ทิศทางสู่การพัฒนาประเทศไทย” ณ ห้องประชุม ดร.สมศักดิ์ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี NIDA ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการจุดประกายความหวัง เพื่อปักหมุดประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

ทลายกำแพง “หอคอยงาช้าง” สู่พลังแห่งการปฏิบัติจริง รศ.ดร.สมบัติกุสุมาวลีรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนานาชาติNIDA กล่าวเปิดงานด้วยถ้อยคำที่สร้างแรงบันดาลใจว่า เวทีนี้คือการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ โดยนำความรู้ที่กลั่นกรองจากงานวิจัยมาประสานเข้ากับวิสัยทัศน์ทางการเมือง เพื่อสร้าง “นโยบายสาธารณะที่กินได้” และยกระดับศักยภาพของไทยให้สง่างามบนเวทีโลก

4 พรรคการเมือง กับ 4 เข็มทิศใหม่ บรรยากาศการประชันวิสัยทัศน์เป็นไปอย่างเข้มข้น เมื่อตัวแทนจาก 4 พรรคใหญ่ร่วมเผย “สูตรลับ” ในการพลิกโฉมประเทศ :
พรรคเพื่อไทย : โดย นายสุรเกียรติ เทียนทอง ประกาศรุกหนักด้วย “ท่องเที่ยวสมัยใหม่” ใช้เทคโนโลยีและกลไกใหม่ ๆ เป็นเครื่องยนต์หลักกระตุ้นเศรษฐกิจให้โชติช่วง
พรรคประชาชน : โดย นายวรภพ วิริยะโรจน์ เน้นย้ำความแม่นยำด้วย “Data & Structure” ใช้ข้อมูลนำทางและปรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความยั่งยืนที่แท้จริง
พรรคประชาธิปัตย์ : โดย นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ถ่ายทอดโมเดล “Local to Global” ปลุกจิตวิญญาณท้องถิ่น ดึงอัตลักษณ์ชุมชนมาเจียระไนให้กลายเป็นอัญมณีที่โลกต้องหันมอง
พรรคกล้าธรรม : โดย นายณัฐนนท์ เอี่ยมพูลทรัพย์ ปักธงที่ “Quality Tourism” มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่สร้างมูลค่าสูง มากกว่าเพียงแค่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยว

ผศ.ดร.แสงแข บุญศิริ คณบดีคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หัวเรือใหญ่ของการจัดงาน ระบุว่าเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงแค่การมาโชว์นโยบาย แต่คือการสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักการเมือง คณาจารย์ และภาคประชาชน เพื่อให้แน่ใจว่าก้าวต่อไปของท่องเที่ยวไทยจะเป็นก้าวที่ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” อย่างแท้จริง
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่คือ “บ้านหลังที่สองของคนทั่วโลก” ที่เติบโตอย่างมีศักดิ์ศรีบนแผนที่โลกในระยะยาว







Visit Today : 355
This Month : 8763
Total Visit : 2325619